|
ใน พ.ศ.นี้นับว่า ชื่อเสียงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ "จัตุคาม-รามเทพ" โด่งดังเป็นที่รู้จักของบรรดาเซียนพระและผู้นิยมพระเครื่อง จนทำให้เกิดการ "สร้าง"เหรียญ"องค์ท้าวจัตุคาม - รามเทพ รุ่นแล้วรุ่นเล่า
ทำไม!?องค์ท้าวจัตุคาม-รามเทพ จึงเป็นที่ศรัทธาของประชาชนจำนวนมาเช่นนั้น คำตอบก็คือทุกคนเชื่อว่าองค์ท้าวจัตุคาม -รามเทพ นั้นเป็น "พระผู้ให้- ไหว้ก็รับ "โดยผู้ที่นับถือท่านนั้นเชื่อว่าองค์ท่านเป็นเทพที่ใครบนบานศาลกล่าวขออะไรก็มักได้สมกับความปรารถนาเสมอมา
ปัจจุบันจตุคามรามเทพ ได้รับความนับถืออย่างกว้างขวางโดยเชื่อว่า ทรงฤทธานุภาพในทุกๆ ด้านตามจารึกของชาวศรีวิชัยได้บอกว่า "มีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ขจัดความมืดมัวในโลก" การขออธิษฐานจากพระองค์นั้นทำได้โดยมีเงื่อนไข 3 ประการ
- อธิษฐานขอในสิ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ขัดต่อศีลธรรม
- เมื่อได้รับสิ่งที่หวังแล้ว ต้องรักษาสัจจะที่ได้ให้ไว้กับพระองค์
- ควรจะสร้างกุศลกรรมถวายแด่องค์จตุคามรามเทพ
แต่ที่สำคัญอย่าลำพังเพียงอธิษฐาน ต้องสร้างกุศลกรรมให้แก่ตนเองให้ครบทุกด้านด้วยคือ ให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญ ภาวนา
กำเนิด "จัตุคาม-รามเทพ"
องค์ท้าวจัตุคาม-รามเทพนั้นเป็นองค์ปูนปั้นที่อยู่ทางขึ้น "ลานประทักษิณ"ในวิหารพระม้า ของวัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช จตุคามรามเทพ คือ เทพรักษาพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราชสถิตย์อยู่บนที่บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุ ในปี พ.ศ.2530 เมื่อมีการตั้งดวงเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาใหม่ จึงมีการ อัญเชิญ จตุคามรามเทพไปสถิตย์ ณ ที่นั้นเป็นต้นมา เชื่อกันว่าเดิม องค์จตุคามรามเทพ เป็นกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยมีพระนามอย่างเป็นทางการว่า พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นกษัตริย์ที่สถาปนาอาณาจักรศรีวิชัย เป็นปฐมกษัตริย์ของ ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช เชื่อว่ามีพระวรกายเป็นสีเข้ม เป็นกษัตริย์นักรบที่แกร่งกล้าเมื่อสถาปนาอาณาจักรศรีวิชัย ได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงได้สมัญญานามว่า "ราชันดำแห่งทะเลใต้" หรือมีอีกราชสมัญญานามอีกอย่างหนึ่งว่า "พญาพังพกาฬ"
ต่อมาทรงบำเพ็ญบุญเพื่อสร้างบารมีอธิษฐานจิตเป็น พระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มนุษย์ทั้ง จตุคามรามเทพ มีบริวารเป็นทหารกล้า 4 นาย คือ พญาชิงชัย,พญาหลวงเมือง,พญาสุขุม และพญาโหรา เป็นกำลังหลักในการปราบพราหมณ์ที่เคยปกครองเมืองอยู่ก่อน เมื่อได้บ้านเมืองแล้วก็ได้สร้างพระบรมธาตุ สถาปนาเมือง 12 นักษัตร หรือกรุงศรีธรรมาโศกราชฝังรากฐานพระพุทธศาสนาอย่างถาวรจนได้รับเทิดพระเกียรติว่า พญาศรีธรรมาโศกราช หรือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
ความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นกับองค์ท้าวจัตุคาม - รามเทพ นั้นทำให้มีผู้สร้างเหรียญมากมายหลายรุ่นโดยเริ่มต้นจาก ปี 2530 รุ่นบูรณะศาลหลักเมืองนครศรีฯปี30 ถือเป็นต้นแบบที่คนจำนวนมากนำมาสร้างจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจัตุคาม - รามเทพ รุ่นนี้ปัจจุบันมีราคาอยู่ใน "หลายแสนบาท"ทีเดียว
รุ่น 12 นักษัตร มาแรง
ในขณะเดียวก็มีการจัดสร้างองค์ท่านมาอย่างต่อเนื่องนับจากรุ่นแรกในปี 2530 จนถึงปัจจุบันปี 2549 มีทั้งสิ้น 88 รุ่น จากเดิมที่เคยสร้างเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นปัจจุบันได้แพร่หลายออกไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
ในขณะที่กระแส "ความแรง"แห่งองค์ท่านก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เพราะในปี 2550 นั้น(ระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคมเท่านั้น) ได้มีพระเกจิอาจารย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์ท้าวจตุคาม-รามเทพ ได้สร้างเหรียญออกมาให้ประชาชนทั่วไปได้บูชาอย่างน้อย 51 รุ่น
โดยแต่ละรุ่นนั้นมีคนสนใจสั่งจองเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรุ่น 12 นักษัตร นั้นได้รับความสนใจจากบรรดา "เซียนพระ"และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากเนื่องจากรุ่นนี้ผู้สร้างจะมอบรายได้ทั้งหมดเพื่อจัดตั้ง กองทุนศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช
สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ประธานมูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาวและประธานโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล องค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่น 12 นักษัตร เพื่อจัดตั้ง 'กองทุนศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนคร' "ผู้จัดการรายสัปดาห์"ว่าจตุคาม- รามเทพ รุ่น 12 นักษัตร เกิดขึ้นเพราะมูลนิธิมีแนวความคิดที่จะพัฒนาเยาวชนโดยอาศัยความภาคภูมิใจจากประวัติศาสตร์ที่ดีงามและยิ่งใหญ่ของเมืองนคร มาสร้างจิตใจรักบ้านหวงเมืองขึ้น โดยการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนครอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง และเป็นระบบ ไปยังเยาวชนคนหนุ่มสาว
ในการดำเนินการศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนครให้เป็นจริง จำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณไว้รองรับโครงการและกิจกรรมต่างๆ มูลนิธิฯ จึงได้คิดริเริ่ม จัดสร้างวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ รุ่น 12 นักษัตร เพื่อตั้งกองทุนศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนครขึ้น เพื่อนำรายได้ทั้งหมดจากการเช่าบูชาวัตถุมงคลจัดตั้ง 'กองทุนศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองนคร' เพื่อส่งเสริมให้เกิดการศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์ให้เยาวชนคนหนุ่มสาวและประชาชนทั่วไป ได้รับรู้และเพื่อพัฒนาเยาวชนในด้านต่างๆ อันจะนำไปสู่การสืบสานเจตนารมณ์ของบรรพชน
ที่มาแห่ง 12 นักษัตร
การตั้งชื่อรุ่นเหรียญบูชาขององค์ท้าวจตุคาม-รามเทพฯนั้นมีความแตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละแห่งจะตั้งชื่อรุ่นนั้นเพื่อเป็น "สิริมงคล"ทั้งในด้านความแคล้วคลาด ปลอดภัย หรือทำมาค้าขึ้น เมตตามหานิยม ซึ่งก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะนำไปใช้เพื่อให้เกิดผลอย่างไร
สำหรับรุ่น 12 นักศัตรนั้น สิริวัฒน์ บอกว่า เกิดจากหลักฐานตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ก็ต้องถือว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น จนกลายเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองสูงสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ตัวเมืองนครศรีธรรมราช หรือ 'ตามพรลิงค์' ในยุคแรกที่มีการสร้างบ้านเมืองนั้น นักโบราณคดีเชื่อว่า น่าจะตั้งอยู่ที่บริเวณเมืองพระเวียง (ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน) ทั้งนี้เพราะทำเลที่เหมาะในการติดต่อค้าขายทางทะเล มีลำน้ำที่สามารถออกสู่ทะเลได้ (คือคลองสวนหลวง คลองคูพาย และคลองท่าเรือ)
การที่เปลี่ยนชื่อเมืองตามพรลิงค์เป็น 'ศรีธรรมราช' นี้มีเค้ามูลที่เชื่อได้ว่า เป็นสร้อยอิสริยยศกษัตริย์ผู้ครองเมืองนี้ และคงจะถือเป็นธรรมเนียมสืบต่อเนื่องกันมา จนเป็นเหตุให้มีการขนานนามแคว้นนี้ตามสร้อยอิสริยยศผู้ครองเมืองว่า 'นครศรีธรรมราช' ตั้งแต่นั้นมา
ด้วยระบบการปกครองแบบ 'ธรรมราชา' ส่งผลให้พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชมีเมืองบริวาร 12 เมือง เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร แต่ละเมืองกำหนดให้ใช้สัตว์เป็นตราเมืองดังนี้
- เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู (ชวด)
- เมืองสายปัตตานี ใช้ตราวัว (ฉลู)
- เมืองกะลันตัน ใช้ตราเสือ (ขาล)
- เมืองปะหัง ใช้ตรากระต่าย (เถาะ)
- เมืองไทรบุรี ใช้ตรางูใหญ่ (มะโรง)
- เมืองพัทลุง ใช้ตรางูเล็ก (มะเส็ง)
- เมืองตรัง ใช้ตราม้า (มะเมีย)
- เมืองชุมพร ใช้ตราแพะ (มะแม)
- เมืองบันทายสมอ ใช้ตราลิง (วอก)
- เมืองสะอุเลา ใช้ตราไก่ (ระกา)
- เมืองตะกั่วถลาง ใช้ตราหมา (จอ)
- เมืองกระ ใช้ตราหมู (กุน)
"การจัดสร้างองค์จตุคาม-รามเทพ รุ่น 12 นักษัตรจึงมีที่มาจากประวัติศาสตร์ของการตั้งเมืองนครฯนั่นเอง"
สิริวัฒน์บอกอีกว่า ยอมรับว่ากระแสความศรัทธาขององค์ท่านท้าวจตุคาม-รามเทพนั้นมาแรงมากและมีกลุ่มบุคคลจากหลายสาขาอาชีพจัดสร้างขึ้นมาในช่วงนี้ทำให้ทางมูลนิธิใช้ "จุดเด่น"ในด้านการพุทธาภิเษกโดยทำพิธีศักสิทธิ์ถึง19 พิธี และยังได้พุทธาภิเษก 12 พิธีจากเมือง 12 นักษัตรอีกด้วย
สิริวัฒน์กล่าวอีกว่า รูปแบบของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ รุ่น 12 นักษัตร มีเพียง 2 แบบคือ แบบทรงกลมที่เรียกว่าพิมพ์น้ำตาลแว่น หรือ สุริยัน-จันทรา และแบบลอยองค์ แบบทรงกลมนั้นด้านหน้าเหรียญจะเป็นองค์จตุคามรามเทพ ล้อมด้วยจักร และราหู 8 ตนในชั้นนอกสุด ส่วนด้านหลังมีพระบรมธาตุเจดีย์ป็นศูนย์กลางพลังอำนาจแห่งพุทธาจักร ถัดมาเป็นวงรอบ 12 นักษัตรในฐานะสัญลักษณ์ของพลังอำนาจแห่งอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ทางทะเลใต้ โดยรูปสัตว์จะหันหน้าไปในทิศทางเดียวกันหมดตามรูปแบบที่ถูกต้องแต่ครั้งโบราณกาลของดวงตรา 12 นักษัตร และวงกลมนอกสุดคือ 27 กลุ่มดาวฤกษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจแห่งดาราจักร ส่วนแบบลอยองค์นั้น จำลองจากต้นแบบขององค์จตุคามรามเทพที่ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารม้า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช
"ในการจัดสร้างองค์ท้างจตุคาม - รามเทพ รุ่น 12 นักษัตรนี้ถือเป็นการทำพิธีพุทธาภิเษกที่มากที่สุดนั้บตั้งแต่มีการจัดสร้างองค์ท่านขึ้นมา"สิริวัฒน์กล่าวในที่สุด
บทความโดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ |